E-จิ๊ดดดดดดเสม็ด " รีวิว le blanc เสม็ด"
posted on 27 Oct 2009 03:28 by smokeyzone in story
ก็หายหัวไปนานเลย.... นานจนขี้เกียจกันไปข้างนึงเลยล่ะ บอกแล้วเนอะแว๊บไปพักหน้าฝน มันหาเวลาได้ช่วงนี้อ่ะนะ ทำไงได้ เลยได้ทริปเงียบๆ "สองตายาย" พายเป้ ครึกครื้น ไปกับสายฝน ได้อารมณ์ไปอีกแบบอ่ะนะ
จองแพ็คเกจเอง หาข้อมูลเอาจากในเน็ตนี่แหล่ะ มันหาได้เกือบทุกอย่างเลยจริงๆนะ.... เอะอะๆ ก็กูเกิล กูเกิล มาผูกพันธ์กับชีวิตอีจิ๊ดไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ มาเงียบๆๆ และอยู่ต่อไปอย่างเงียบๆ ไปตามเรื่องตามราวของมัน
เรามีแค่เป้ใบเดียวกันแค่นั้น.... ทริปสั้นๆ กะไม่ยุ่งยากไรมาก ไปชิวๆ เดินหาดทรายขาวๆ ไปเมื่อสามสี่ปีก่อน ที่อยากไปอีกก็เพราะมันมีความหลังฝังใจ มีความทรงจำล้ำลึกเมื่อปีเก่าก่อน กึ๋ยยยย!!~ "ไประลึกระทึกมันซะหน่อย" ภาพน้ำใสๆ หาดทรายขาวๆๆ เลือกเป็นสถานที่พักผ่อนมันที่นี่แหล่ะ !ฮันนี่มูนรอบที่สองละกัน!!
เลือกที่พักเป็น le blanc ที่หาดทรายแก้ว นี่เป็นหาดแรกเลย ของเกาะเสม็ด ที่พักก็เยอะนะ มีทั้งที่หาเจอในเว็บและที่บนเกาะเอง ซึ่งหาไม่เจอในเว็บ คงต้อง walk in เอง อะไรทำนองนั้น เจอช่วงหน้าฝนด้วย คนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่บรรยากาศก็ยังครึกครื้นกันอยู่พอสมควร
**ออกเดินทางตอนเช้า ประมาณเก้าโมงกว่าๆแหล่ะที่ สถานีขนส่งเอกมัย ติด bts เอกมัยเลย ง่ายๆมาก แหล่ะสำหรับคนที่ไม่เคยมาอ่ะนะ หาไม่ยาก ลงบีทีเอส มาก็เลี้ยวขวา เดินย้อนมานิดนึง มีรถเยอะแยะ.... ไปภาคตะวันออก มีให้เลือกเต็มไปหมด เลือก รถของ "ระยองทัวร์" ค่ารถร้อยกว่าบาท ก็จำไม่ได้อ่ะนะ เค้าบอกสองชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว ......
รถออกทุกๆครึ่งชั่วโมงด้วย ไม่ต้องเสียเวลารอนาน.....ไม่อยากไปแวะนั่นแวะนี่ด้วยแหล่ะ นานอ่ะ!!! ขี้เกียจรอ เจ้าอื่นประมาณสี่ชั่วโมงอ่ะ ไม่ไหวเคลียร์ นานเกิน แค่ระยองแค่เนี้ยะ แวะไรนักหนา.... นั่งบนรถอ่านหนังสือไป ฟังเพลงไป แป๊บเดียว ถึงแล้ว!!
มาถึงแค่ บขส, ระยองหรอกนะ ต้องมาต่อสองแถวไปที่ท่าเรืออีก สองคน 50 บาทมั้ง พอลงรถทัวร์ ก็จะมีคนมาถามเลย "มีรถเก๋งให้เหมาไปท่าเรือ 2 ร้อยเพ่ เอาบ่ๆๆๆ" ปวดอ่ะ ตอนนั้น ขอเข้าห้องน้ำก่อนได้มั้ยอ่ะ ค่อยว่ากันอีกที ระบายคลายทุกข์เสร็จ เลยลืมพี่รถเก๋งไปเลย ดันพลาด!!! พลาดไปนั่งสองแถวซะแล้ว ไปกันแบบหัวฟูๆ นี่แหล่ะ มาแบ็คแพ็คแล้วนี่ ว่าจะปันใจให้พี่รถเก๋งซะหน่อย "ก็ได้แต่นั่งคิดคนเดียวเงียบๆ" น่าจะไปรถเหมานะ ๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดเงียบๆๆๆๆๆ
นั่งสองแถวตุเรงๆๆๆ (ร่วมๆ ชั่วโมง) ใครบอกยี่สิบน่าทีฟะ มาถึง "ท่าเรือนวลทิพย์" ซื้อตั๋วไปกลับ คนละร้อยห้าสิบมั้ง รึเปล่า ถ้าจำไม่ผิดอ่ะนะ ชั่วโมงเร่งด่วน เรือออกพอดี เกาะกับท่าเรือมันก็ไม่ได้ไกลอะไรกันนักหนาเลยนะ ล่อไปเกือบชั่วโมง นี่ก็โดนเรือโยกซะหัวคลอน ฟันโยกไปหมด ดีนะพกยาดม ไม่งั้นก็คงได้ให้อาหารปลาโลมาแถวนั้นไปแล้วแหล่ะ
ถึงท่าเรือที่เกาะ แดดก็เริ่มสาด โชคดีนะเนี่ยฝนไม่ตก!! บนเรือมันครึ้มๆให้คิดมาก เจอพี่สองแถวสีเขียว (ป้ายดำ) จอดรอ แถวๆนั้นแหล่ะ จะไปไหนก็ สอบถามเอาตามใจชอบ แอบปลื้ม พี่ฝรั่งแมน ที่ไม่เห็นจะถามไรใครเลย เดินดุ่ยๆขึ้นรถมาซะงั้น แล้วรู้เหรอว่าเค้าจะไปไหนกันอ่ะ แล้วพูดไทยกันก็ไม่ได้ด้วยนะ เที่ยวไปซะ 76 จังหวัด เออ ดีๆๆ เก่งๆๆ บางทีเราเองยังเอ๋อเหรอออ นะ งี้อีจิ๊ดแอบอายเลยนะเนี่ย ^^
ขับมาไม่ถึงไหนหรอก สองนาทีมั้ง จอดทำไมเนี่ย ถึงแล้วเหรอ??? จะนั่งมาให้เสียตังค์กันทำไม คิดเงียบๆคนเดียวอีกแล้ว ถึงด่านเก็บค่าผ่านอุทยานน่ะสิ เห็นเก็บรถคันหน้า แต่ไม่ยักเก็บกับเราวุ้ยเฮ้ย ลืมป่าวเนี่ย "หรือว่าวีไอพี " ไม่เก็บ บ๊ะ!!! ใจดีจังคุณพี่เจ้าหน้าที่ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปทางอุทยานนะ เลี้ยวซ้ายก่อนถึงทางเข้าพอดี แป่ววว.... อดได้ตังค์อีจิ๊ดก็คราวนี้แหล่ะ หวานนนนนน สงสัยเพิ่งจะโดนฝนถล่มกันมาหมาดๆ เพราะทั้งน้ำขัง ถนนขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ทางก็แค๊บ แคบ นะ นี่ถ้ารถสวนทางกันสงสัย จะขุดหลุมหลบกันตรงไหน.....
แล้วก็มาถึงจนได้ Le Blanc หน้าตารวมๆ ก็ประมาณนี้....อากาศเป็นใจชะมัด (เหมาะแก่การอาบแดด????)....นี่คือส่วนที่พักด้านหน้า ติดหาด หลังจากไปเจรจากับทางรีสอร์ท มัดจำกุญแจไว้พันนึง อันนี้ไม่รวมอยู่ในแพ็คเกจนะ ลืมบอก ที่มาเนี่ยมาแพ็คเกจคืนละพัน รวมค่าอาหารเช้าและอาหารเย็น อย่างละมื้อ.... แล้วก็ได้ห้องที่เรียกว่า " บีทฟร้อนท์" (ตรงไหน) มา
เป็นห้องที่ติดๆกันสามห้อง แล้วห้องที่ได้ก็นะ.... อยู่ในมุมอับเลยอ่ะ "มุมยุงบินชุม" แค่ไปยืนถ่ายรูปพี่เงาะดำแค่เนี้ย กริ๊ดเลย!!!! มารุมทึ้งขาดำมืดดดดด..... อดอยากกันมาจากไหน ตกใจสิ นึกว่าแมลงวัน แต่ละตัวนี่เบิ้มๆๆ ทั้งนั้นเลย แล้วก็ไม่กล้าตบมันด้วยนะ ไม่รู้มันไปดูดใครต่อใครมามั่ง เด๋วมือจะเปื้อนเลือด!!!!
สำรวจห้องกันก่อนละกัน.... ไอ้ระเบียงด้านหน้าที่เห็นน่ะ อย่าหวังว่าจะได้นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออะไรเลยนะ นั่งไม่ได้หรอก โดนยุงสูบตายแน่ๆ ห้องก็โอเคกว้างพอสมควร แต่ติดที่ห้องน้ำนี่แหล่ะ จะด้วยเพิ่งทำความสะอาดหรือฝนตก หรืออะไรอื่นใดไม่ทราบ พื้นห้องน้ำเปียกๆ แล้วพื้นปูนแบบนั้นน่ะ มันเหม็นอับๆ ชื้นๆๆเป็นคนที่ไม่ชอบให้พื้นห้องน้ำเปียกอ่ะรู้สึก "จั๊กกะเดียมเท้าชะมัด" หมีงานเข้าเลย งึมงำๆๆ
แล้วที่ขำ ไอ้ตู้เสื้อผ้าที่เห็นน่ะ ดั๊นมาชำรุด เปิดไม่ได้อีก พี่คนที่มาเปิดห้องให้ก็พยายามแงะ แกะ เท่าไหร่มันก็ไม่ยอมเปิดออก เลยขำแก้เก้อไป เออ.... เอาไว้โชว์ละกัน แค่ตู้ไม่เป็นไรหรอก ยังโอเค๊ แต่!! แต่ เด๋วก่อน ยังไม่หมด ประตูดันล็อคไม่ได้อีก เอาแล้วสิ ต้องเรียกพี่ รปภ มาช่วยงัด ช่วยแงะ กันกลางดึก ไม่เวิร์คแฮ่ะ เปิดเข้าเปิดออก ยุงก็แห่กันเข้ามาอีก สรุป คืนนั้นก็ได้นอนกันแบบ ฟรีดอม ไม่ต้องสนใจอะไรมันแล้วประตูน่ะ แล้วหลับลึกด้วยนะ ไฟไหม้ก็คงหนีไม่ทัน แอบไม่รอดอีกตะหาก
บรรยากาศห้องน้ำ ที่ไม่เป็นใจเอาซะเลย
วิจารณ์ห้องหับกันเสร็จ ก้อลากกันไปหน้าหาด หาของกินรองท้อง รอมื้อเย็น บุพเฟ่ต์ของทางรีสอร์ท กะกินอะไรที่มันออก ทะเล๊ ทะเล แต่สำรวจเมนูแล้ว เปลี่ยนใจ เหมือนจะไม่อร่อย! แวะร้านหน้าหาดร้านนึง ชื่อก็จำไม่ได้ ไม่อยากโปรโมท อะไรที่สั่งได้ล่ะ ส้มตำปูนี่แหล่ะ ผัดซีอิ๊ว กะสปาเก็ตตี้ ให้เต็มๆโต๊ะ แต่ได้แค่นี้ หน้าตามันโอเคนะ แต่รสชาติ จืดๆ งั้นๆ ข้างทางแถวบ้าน หร่อยกว่าเยอะ เลยนั่งซดน้ำมะพร้าวเย็นๆ หร่อยที่สุดในมื้อนั้น ไว้ตอนเย็นลุยบุพเฟ่ต์ละกัน
เบื่ออาหารทะเลวันนี้จัง(ที่ไม่ได้กิน) แล้วก็ลากกันมานั่งจกทรายเล่นอยู่หน้าหาด วันนี้โชคดีชะมัด ฝนก็ไม่ตก อากาศดีมากๆ เหมาะแก่การอาบแดด อาบลม สยายผมกลางท้องทะเลยิ่งนัก แอบเก็บรูป บาทาสองตายายไว้ก่อน เด๋วลืมว่าใส่คู่ไหนไป แป่วววว^^^ แล้วก็นั่งขุดหาปูกินเล่นแถวนั้นล่ะ สบายใจ
เย็นๆหน่อยมีเจ้าถิ่นมาเยี่ยม พาเพื่อนมาด้วย ไม่ได้เกรงใจใครเล้ย มานั่งข้างๆกันซะงั้น เออ เอ็งมาทำไมเนี่ย เห็นใครๆ ก็ถ่ายรูปมัน เอามั่งสิ เค้าบอกมันคือ "หมาทะเล" อ้าวเหรอ อัพเกรดตัวเองซะงั้น ชื่อนี้มีที่มา เพราะมาอยู่ทะเลนาน เลยได้เป็นหมาทะเล นั่งมองหมา มองคน ไปเรื่อยๆ อ่ะ มีหนุ่มๆ แก่ๆ มาเล่นบอล โชว์โปรอยู่ใกล้ๆ ยิ่งเย็น คนก็ยิ่งลงเล่นน้ำกัน แอบหลบแดดกันล่ะเซ่ๆๆ อีจิ๊ดก็ซวบซาบ แอบลงตอนเย็นๆนี่แหล่ะ แค่นี้ก็ปี๋จะแย่อยู่แล้ว เด๋วกลับไปได้เข้าคอร์สลอกคราบกันอีก เสียตังค์อีก $$$.....
บรรยากาศยามเย็น ครึกครื้น ไม่เงียบเหงา ส่วนใหญ่คนไทย ฝรั่งก็มี แต่ถ้าเทียบกับช่วงไฮซีซั่น ถือว่าน้อยนะ แค่นี้ก็ดีแล้ว มีมากไป มาแย่งกันเดินอีก นั่งกินลมทะเลกันไปจนมืด ชื่นชมตะวันตกทะเล สวยงามๆ ลมเย็นๆ กลิ่นไอทะเล ปนเสียงคลื่น(และสปีทโบ๊ท) นั่งมองตาแก่ นอนตาเหลือกอยู่ข้างๆ "วันนี้มีความสุขจังเลยนะจ๊ะ" แล้วก็จับหัวมางาบทีนึง กร๊วบๆๆ
อาบน้ำ ปะแป้ง ใส่เสื้อคอกระเช้า นวยนาดมาที่ร้านอาหารของรีสอร์ทราวๆ ทุ่มนึง บุพเฟ่ต์ก็เริ่มกันแล้ว มีทัวร์มาลงเมื่อตอนเย็น เลยมีเพื่อนกินแย่งกับข้าวเยอะเป็นพิเศษ อาหารก็มีไม่เยอะนะ "รสชาตินี่ห่วยแตก" รับทราบนะคะ ทางรีสอร์ท ว่ามันไม่อร่อยทุกอย่าง ทำไว้นานด้วยรึเปล่า ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่อร่อย เลยนั่งกินผลไม้กับน้ำพริก ดมกลิ่นคลื่นเคล้าๆกันไป ตาแก่ก็บ่นอุบ ไม่อร่อย ไม่อร่อย ร่ายมนต์ไม่พอใจ งึมงำๆ แล้วยังมีนักร้องเสียงหลง(ไปไกล) มาร้องเพลงสดๆ แบบตามใจฉันให้ฟังอย่างอินในอารมณ์ ยิ่งเซ็งห่านเข้าไปใหญ่ หามุมอื่นดีกว่า เลยเดินเรื่อยๆ ไปตามหาด น่าน! มีแสง สี เสียงมาตั้งล่อเป้าซะขนาดนั้น แวะสิ เจอร้านพลอยเสม็ดเข้า มี live music ซึ่งต่างกันไกลโพ้นจากที่รีสอร์ท กำลังมันส์ แต่คนค่อนข้างแน่นอ่ะ ที่นั่งก็แคบๆ เลยปันใจเข้าบาร์แทน วันนี้ชักอยากกรึ๊บ กรึ๊บ!!!
แล้วก็หนีบกันไป นั่งระริกระรี้อยู่หน้าบาร์ กะถอนเต็มที่เลยคืนเนี้ยะ
จิ๊ด: "เอาอะไรจ๊ะ สั่งไรดี??? " คึกนะวันนี้คึก....
หม่อง: "เด๋วดูเมนูก่อนๆๆๆ" ...... เปิดเมนูแคว๊กๆๆ
จิ๊ด: เกียจรอแล้วเวลานี้.... "พี่ๆ มีอะไรอร่อยๆ แอลกอฮอล์ลน้อยๆมั้ยอ่ะ" ถามบาร์แมน
บาร์แมน: "นี่เลย sex on the beach อร่อย " ทำหน้าแมน
จิ๊ด: ป๊าดดดดดด ชื่อทำไมมันถึงเสียวจังซี่ (ว้า) ..... คิดคนเดียวบนทางช้างเผือก
"อ่ะ งั้นเอานี่แหล่ะ "
หม่อง: หมกมุ่นอยู่กับเมนู ยุกๆยิกๆ
บาร์แมน: จับนั่นบีบนี่ใส่ให้วุ่น เชคกันหัวสั่นหัวคลอน "พิเศษเลยเนี่ย แจ่ม รับรอง"
จิ๊ด: จ๊วบบบบบ(ยาวๆ) " เออ..... อร่อยดีแฮ่ะ" เซนเซอร์เสียงเรอออออ!!!!
หม่อง: อ้าวได้แล้วเหรอ (หึ๋ยยยยย)
น่าจะถามมากกว่านะว่า "เมาแล้วเหรอจ๊ะ"
แล้วคืนนั้นอีจิ๊ดก็ตาหวาน กึ่มๆ ครึ้มๆ ไปกะอีแค่ sex on the beach เพียงแก้วเดียว กะเบิ้ลแล้วเชียว แต่มีโชว์ควงกระบองไฟซะก่อน พลาด(อีกแล้ว) แล้วไอ้หม่องมันก็ลากไปดู หนุ่มๆ ก็ควงกันซะมันส์ ขนแขนคงไหม้หมดแล้วมั้ง เล่นกะไฟก็เงี้ยะ เผลอได้กลิ่นไรย่างๆ ก็อย่านึกว่าเป็นปลาช่อนเผาเกลือซะล่ะ ขนคุณพี่ไฟเออร์แมนนี่แหล่ะ แว๊กกกก
ตื่นมารับลมทะเลแต่เช้า พร้อมอาหารเช้าของทางรีสอร์ท อันนี้รวมอยู่ในแพ็คเก็จพันบาทที่จ่ายไปตอนแรกน่ะแหล่ะ บรรยากาศที่ร้านอาหารดีนะ ลมพัดเย็นๆ ตอนเช้า แต่อีกนั่นแหล่ะ มาเสียดาย อาหารเช้าของทางรีสอร์ทอีก....ที่ไม่ได้ไปทางเดียวกันกับบรรยากาศเอาซะเลย ทั้งเย็น จืด ชืด ผัดซีอิ๊วก็แข็งอ่ะ ไม่อร่อย ขนาดถ้วยชา กาแฟ ยังเป็นแบบกระดาษเลยอ่ะ เวลาถือมาหูมันที่เป็นกระดาษอ่อนๆ มันก็ขาด ไม่สะดวกเอาซะเลย นี่ขนาดว่าตาแก่ชอบกินไข่ดาวตอนเช้านะ นี่ยังไม่แตะเลยอ่ะ เลยได้แต่พากันนั่งเปิบลมทะเล อย่างอิ่มหนำ (แทนข้าว)
ข้าวผัดไข่แข็งๆ กะผลไม้พร้อมเปลือก แล้วเปลหน้าหาดที่สวยๆ ของทางรีสอร์ท ถ้าอยากจะนั่ง ก็ต้องเสียตังค์นะจ๊ะ ทำไมแขกของทางรีสอร์ทต้องจ่ายด้วยนะ ไอ้ที่เห็นๆในเว็บน่ะ ก็ตัดสินใจเลือกที่นี่เพราะบรรยากาศ อะไรแบบนี้แหล่ะ เผลอไปนั่งตอนเช้า ก่อนเปลี่ยนห้อง พนักงานก็มาเรียกเก็บ แต่ขอนั่งแป๊บเดียว เลยให้นั่งต่อได้ หาดส่วนตัวสวยๆ ก็ให้แขกนั่งไปเหอะ จะอะไรนักหนา ยังจะมาเก็บเพิ่มอีกนะ จิ๊ดไม่ปลื้ม......
เกือบเที่ยงๆ เราก็ได้เปลี่ยนห้องไปอยู่โซนบังกะโลหลังเดี่ยวๆ ซึ่งอยู่อีกฟากนึงของหน้าหาด บรรยากาศร่มรื่นดี เย็นๆ เขียวๆ แบบนี้นี่ชอบนัก เป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย เทียบกับห้อง บีทฟร้อนท์นะ ต่างกันที่ห้องน้ำนีแหล่ะ พนักงานบอกตอนแรก ห้องนี้ ปกติ เรทจะอยู่ที่ 5.500 โอ๊วววว แต่ตอนนี้เหลือ สองพัน ส่วนต่าง......ลดไปตามสภาพอากาศ (มั้ง)
ห้องน้ำกว้าง ห้องสะอาด ระเบียงหน้าห้องนั่งได้ ยุงก็มี แต่น้อยกว่าที่เดิมเยอะ มีหาดส่วนตัวเล็กๆ อยู่ติดกับหลังสุดท้าย ได้หลังสุดท้ายด้วยแหล่ะ ทั้งแถบน่ะ นึกว่าจะมีเราอยู่แค่หลังเดียว ซักพักก็มีเพื่อนร่วมชาติมาพักอีก สองหลัง โห ไม่งั้นนะ หวั่นไหว สยิวกิ้วตายเลย ดึกๆ เวลาเดินกลับจากร้านอาหารนะ "ออกแนวบรื๋ออออห์" เลยล่ะ ทั้งเงียบ เชียบ zzZZ.....ZZZzz วิเวก วังเวง ไงชอบกล แล้วก็มืดๆด้วยนะ เข้าห้องใครห้องมันละว้า>>>>
หาดส่วนตัวจริงๆ ไม่มีใครมาเล่นเลย มีแค่เราสองคน หาดในส่วนนี้หินเยอะไปหน่อย เล่นไปก็ระวังลื่นหัวทิ่ม โขดหินงามๆ ก็กลายมาเป็นฉากโพสท่า ของนางแบบจำเป็นไปซะแล้ว เปลนี่ก็ของช้าน หาดนี่ก็ของช้านนน ส่วนตัวชะมัด ปล่อยให้ตาแก่ ดำหาหอยหาปูแถวนั้นให้สะใจ ขออีจิ๊ดนั่งนอนเกยตื้นซักพักละกัน สบายใจ จริง จริ๊งงง
เย็นๆ ก็ย้ายทัพกันมาหน้าหาด.......ทีนี้ไม่นั่งแล้วหน้ารีสอร์ท เดินตะเร็ดเต๊ดเต๋ มาเรื่อยๆ เจอทำเลดีๆ ก็นั่งมันแถวนั้นแหล่ะ ไม่เห็นมีใครมาเก็บตังค์อะไรเลย แล้วก็อุดหนุนพ่อค้าวินหาบเร่ นั่งกินมะพร้าวกันหมดต้นเลยมั้ง ลูกละสี่สิบ เห็นหาบกันไปๆ มาๆ ทั่วหาด ทั้งหนัก ทั้งร้อนนะ เดินทรายด้วย สุดยอดเลย อากาศดีๆ หาคนนวดผ่อนคลายมากๆ พี่ๆ แถวนั้นก็อัธยาศัยดี เดินมาถามหลายรอบ นวดมั้ยค่ะ นวดมั้ย ใจอ่อนให้นวดซะ ทั้งนวดทั้งขัด (ขัดเท้านะ) ห้าร้อย ลดให้ด้วย ราคานี้ไม่ได้นะ ถ้าช่วงไฮซีซั่นล่ะก็ สงสัยต้องโทรจองกันข้ามปี งานเข้า
นั่งๆนอนๆ กันจนตูดด้านแร่ะ แก้ตัวจากเมื่อวาน เดินเรื่อยๆ ไปตามหาด กะตกลงปลงใจกะ ร้านพลอยเสม็ด แต่ที่นั่งติดกันมาก แคบๆด้วย เลยปันใจไปให้ร้านที่ติดๆกัน คนไม่เยอะ ที่นั่งก็กว้าง นั่งสบายกว่าเยอะ อย่างว่าที่พลอยเสม็ด เค้าป๊อบขนาดนั้น ไม่นานเท่าไหร่ คนก็แห่กันมาตามเสียงเพลง เริ่มเต็ม และครึกครื้น ร้านที่นั่งก็เปิดเพลงนะ แต่เสียงจากพลอยเสม็ดกลบหมด ก็เลยปิดไปซะงั้น ผลพลอยได้นะเนี่ย ประหยัดไฟ
สั่งอาหารทะเลมาสองสามอย่าง แค่นี้ก็กินกันจนจะกลิ้งกลับอยู่แล้ว บรรยากาศแจ่มมาก ดินเนอร์ใต้แสงเทียน ชมแสงจันท์ ให้ตายเหอะซ่าร่าห์ มันช่างโรแมนติกอะไรเช่นนี้ อาหารก็อร่อย ดื่มดำกลิ่นทะเลลึกใต้ท้องทะเลอันดามัน หันมามองตาแก่ โอ๊ยยย ชั้นโคตรรักแกเลยนะจ๊ะ แล้วก็กลิ้งๆๆ หวีดวิ๊วกันอยู่แถวนั้นแหล่ะ
สักสองทุ่ม ก็มีโชว์ควงกระบองไฟที่พลอยเสม็ด เมื่อวานดูไปแล้ว วันนี้เลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ ทั้งไทยทั้งฝรั่งก็แห่กันมาดู แน่นหาด ดูมากก็ตาลาย อลังการงานโชว์มากๆ มีแสดงกันหลายคนมาก มีแนะนำตัว กล่าวประวัติกันด้วยนะ ทำยังกะจะขึ้นชก ก็ไม่ปาน ออกแนวเชียร์ลีดเดอร์ในบางที มีลีลาขึ้นบ่าขึ้นไหล่ มีฟาดโซ่ให้เสียวแปล๊บ เข้าไปอีก ใครนอนไม่หลับก็แวะได้นะคะ
ดูมากก็ตาลาย เลยปลีกตัวไปกุ๊กกิ๊กกะตาแก่ดีกว่า ซดยาดองรออยู่ตาแป๋วแหวว^^
*** เป็นวันที่มีความสุขมากๆ ขอบคุณนะจ๊ะตาแก่ ที่ทำให้เรามีความสุข!!
รักที่สุดเลยนะจ๊ะ จุ๊พตาแตก!!







บรรยากาศดูดีเนอะ
#1 By mammoz on 2009-10-29 21:26